วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

3 คาถาบูชานางกวัก

     เมื่อเปิดร้าน หรือทำการค้าขาย นอกเหนือจากเรื่องการหาทำเล จัดตกแต่งร้านให้ดูน่าสนใจแล้ว การพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ควรจะมองข้าม เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ซึ่งส่วนใหญ่พื้นฐานแล้วจะนิยมบูชานางกวัก เพราะเป็นตัวแทนของการค้าขาย มีตำนานที่เกี่ยวกับนางกวัก ไม่ว่าจะไปทำการค้าที่ไหนก็ขายเป็นเทน้ำเทท่า

  รวมเด็ด 3 คาถาบูชานางกวัก คาถาบูชานางกวัก
1. คาถาปู่เจ้าเขาเขียว
ก่อนสวดคาถาบูชา ให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวดังนี้ ….โอมปู่เจ้าเขาเขียวมีลูกสาวคนเดียว ชื่อว่าแม่นางกวัก หญิงเห็นหญิงรัก ชายเห็นชายรัก อยู่ทุกถ้วนหน้า เอหิมามะมะ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ เอหิมามะมะ จะค้าขายก็ขอให้เป็นเศรษฐี
          หนึ่งปีให้เป็นพ่อค้าสำเภาทอง จะค้าเงินขอให้เงินเข้ามากอง จะค้าทองขอให้ไหลมาเทมาเต็มบ้านเต็มเรือน จะค้าขายสิ่งหนึ่งประการใด ขอให้ซื้อง่ายขายคล่อง ขอให้ซื้อง่ายขายดี
  ขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ เอหิมามะมะ นะมะอะอุ นะชาลีติ อิกะวิติ พุทธะสังมิ ทุสะมะนิ อิธะคะมะ จะพะกะสะ นาสังสิโม สุมะโมโล นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ นะเมตตา
โมขายดี พุทธไม่ต่อ ธาซื้อดี ยะใจดี มิใจอ่อน รักพุทโธ ปฏิรูปัง สัมปะฏิจฉามิ เพี้ยง สิทธิโภคา สิทธิพะลา สิทธิจะมหาเดชา นะชาลีติ เอหิจงมา พุทธะสังมิ นิมามะมามา มาช่วยกันค้า
         
                มาช่วยกันขาย กวักเอาเงินมา กวักเอาทองมา กวักเอาโชคลาภ แก้วแหวนเงินทองข้าวของ หน้าที่การงาน ผู้คน ชื่อเสียงเกียรติยศ ข้าทาสหญิงชายมา มาด้วยนะโมพุทธายะ ปฏิรูปัง สัมปะฏิจฉามิ เพี้ยง พุทธังขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ธัมมังขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี สังฆังขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เตชะสุเนมะภูจะนาวิเวอิติ นะเยปะรังยุตเต ขอจงนำเอาโชคลาภ แก้วแหวนเงินทองข้าวของ มาสู่ในสถานที่นี้ด้วย เทอญ              พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา พุทธังคุ้ม ธัมมังคุ้ม สังฆังคุ้ม เอหิพุทธานุภาเวนะ เอหิธัมมานุภาเวนะ เอหิสังฆานุภาเวนะ อายุ วรรโณ สุขัง พลัง
  2. คาถาแบบย่อ เอหิ จิตตัง มหาลาภัง ปิยัง มะมะ มามา
  3.คาถาโอมมหาละลวย ทุสะมินา ธะนัง โภคา เอหิ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ จิตตัง ปิยัง มะมะ โอม ละลวย มหาละลวย โอม มหาสิทธิโชค สหวาหะ

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2563

กลอนจีนเพราะๆความหมายดีๆ

เจอกลอนจีนเพราะๆความหมายดีๆจึงนำมาให้อ่านกัน 


 จาก" ร่วมรจน์บทกวีจีน"  

ยกจอกถามนภา จันทรามีแต่หนไหน ไป่รู้บนสวรรค์ ราตรีนี้เป็นคราใด 
 ใคร่เหิรลมหวนกลับคืน ยังหวั่นเกรงแดนเมืองฟ้า ช่างสูงส่งแลเหน็บหนาว จึ่งร่ายรำล้อเงาจันทร์
 แดนมนุษย์หาไหนปาน เดือนคล้อยผ่าน ตำหนักหอ ใจอาวรณ์ยากหลับใหล
 ใยเล่าจึ่งแค้นเคือง ไม่สมหวังดั่งเดือนเพ็ญ คนมีสุขทุกข์จำพราก
 เดือนมีขึ้นมีข้างแรม ยากสมปองแต่โบราณ ขอสัมพันธ์ยั่งยืนนาน สุดขอบฟ้าร่วมจันทรา
 ยามประสบพบยากจากแสนยาก ลมโปรยโชยอ่อนบุปผาโรย ตัวไหมสิ้นใจจึ่งสิ้นสุดสายใย
 เปลวเทียนดับมอดน้ำตาจึ่งแห้งเหือด โฉมนางงามระทมกาลแปรผัน 
 ครวญคร่ำยามดึกจันทร์ริบหรี่ จากนี้คิดไปไร้ซึ่งหนทาง วอนวิหคส่งข่าวแทนข้าที
 บุบผาจันทราคราใดสิ้น ความหลังฝังใจมากเพียงใด ลมบูรพาผ่านหอเมื่อคืนวาน 
 สิ้นแผ่นดินสุดจะทานกลางแสงจันทร์ วิหารเวียงวังงามตระการนั้นยังคง 
 เพียงโฉมงามนางอนงค์ที่เปลี่ยนไป ถามใจนั้นระทมทุกข์มีเท่าใด ดังสายน้ำที่ไหลไปไม่หวนคืน หยดฝนย้อยหยาดฟ้ามาสู่ดิน ประมวลสิ้นเป็นมหาสาครใหญ่ 
 แผดเสียงซัดปฐพีอึงมี่ไป พลังไหลแรงรุดสุดต้านทาน 
 อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
 ไม่อาจต้านแรงมหาประชาชน


ขอบคุน กลอนจาก บ้านกลอนไทย

พุทธศาสนสุภาษิต พร้อมคําแปล

พุทธศาสนสุภาษิต พร้อมคําแปล
 ข้อคิดเตือนใจทางพระพุทธศาสนาที่ควรรู้มีอะไรบ้าง มาดูกัน พุทธศาสนสุภาษิต เพราะมนุษย์แทบทั้งหลายยังไม่สามารถตัดกิเลสได้หมดสิ้น จึงต่างยังมี ความโลภ โกรธ หลง ซึ่งบ่อยครั้งความรู้สึกต่าง ๆ นั้น ก็พาให้เกิดการกระทำ และคำพูดที่ไม่ดี แน่นอนว่ามันย่อมส่งผลแย่ทั้งแก่จิตใจของเราเอง และผู้อื่น ดังนั้นเพื่อเป็นการเตือนสติให้ระลึกอยู่เสมอในการทำสิ่งใด ๆ เราจึงได้คัดสรร พุทธศาสนสุภาษิตน่ารู้ มาฝากเพื่อน ๆ กัน ทั้งนี้ พุทธศาสนสุภาษิต คือ คำสอนทางพระพุทธศาสนาที่เป็นเหมือนข้อคิด ข้อเตือนใจ ซึ่งจากคำสอนเหล่านี้ เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง และคนรอบข้างได้ดีอีกด้วย ถ้าอยากรู้ข้อคิดดี ๆ ในการดำเนินชีวิตจาก พุทธศาสนสุภาษิตน่ารู้ แล้วละก็ ตามมาดูกันเลย

 หมวดธรรมะเบื้องต้น 

 อุฏฺฐาตา วินฺทเต ธนํ : คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้
 พาโล อปริณายโก : คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
 อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ : ตนเป็นที่พึ่งของตน
 ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย : ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์
 ยถาวาที ตถาการี : พูดอย่างไร ทำได้อย่างนั้น
 สจฺจํ เว อมตา วาจา : คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
 อิณาทานํ ทุกขํ โลเก : การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
 อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา : บัญฑิตย่อมฝึกตน
 ททมาโน ปิโย โหติ : ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก

 หมวดบุคคล


 ธมฺมเทสฺสี ปราภโว : ผู้เกลียดธรรม เป็นผู้เสื่อม
 ปริภูโต มุทุ โหติ อติติกฺโข จ เวรวา : อ่อนไป...ก็ถูกเขาหมิ่น แข็งไป...ก็มีภัยเวร
 นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต : ผู้ไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก
 ทุวิชาโน ปราภโว : ผู้มีความรู้ในทางชั่ว เป็นผู้เสื่อม
 โจรา โลกสฺมิมพฺพุทา : พวกโจรเป็นเสนียดของโลก
 ธมฺมกาโม ภวํ โหติ : ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ
 ครุ โหติ สคารโว : ผู้เคารพผู้อื่น ย่อมมีผู้เคารพตนเอง


  หมวดการศึกษา-ปัญญา
หินชจฺโจปิ เจ โหติ อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร อาจารสีลสมฺปนฺโน นิเส อคฺคีว ภาสติ : คนเราถึงมีชาติกำเนิดต่ำ แต่หากขยันหมั่นเพียร มีปัญญาประกอบด้วยอาจาระ และศีล ก็รุ่งเรืองได้ เหมือนไฟถึงอยู่ในคืนมืดก็สว่างไสว
 สากจฺฉาย ปญฺญา เวทิตพฺพา : ความมีปัญญา ย่อมรู้ได้จากการสนทนา
 ทา โส ว ปญฺญาสฺส ยสสฺสิ พาโล อตฺเถสุ ชาเตสุ ตถาวิเธสุ ยํ ปณฺฑิโต นิปุณํ สํวิเธติ สมฺโมหมาปชฺชติ ตตฺถ พาโล : คนเขลามียศศักดิ์ ก็เป็นทาสของคนมีปัญญา, เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดจัดการข้อใดได้แนบเนียน คนเขลาถึงความงมงายในข้อนั้น

  หมวดวาจา


นา ติเวลํ ปภาเสยฺย นตุณหี สพฺพทา สิยา อวิกิณฺ มิตํ วาจํ ปตฺเตกาเล อุทีริเย : ไม่ควรพูดจนเกินกาล ไม่ควรนิ่งเสมอไป  ไม่ฟั่นเฝือ
 ปรสฺส วา อตฺตโน วาปิ เหตุ น ภาสติ อลิกํ ภูริปญฺโญ โส ปูชิโต โหติ สภาย มชฺเฌ ปจฺฉาปิ โส สุคติคามิ โหติ : ผู้มีภูมิปัญญา ย่อมไม่พูดพล่อย ๆ เพราะเหตุแห่งคนอื่น หรือตนเอง ผู้นั้นย่อมมีผู้บูชาในท่ามกลางชุมชน (สภา) แม้ภายหลังเขาย่อมไปสู่สุคติ
 ยํ พุทฺโธ ภาสตี วาจํ เขมํ นิพฺพานปตฺติยา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยาย สา เว วาจานมุตฺตมา : พระพุทธเจ้าตรัสพระวาจาใด เป็นคำปลอดภัย เพื่อบรรลุพระนิพพาน และเพื่อทำที่สุดทุกข์, พระวาจานั้นแล เป็นสูงสุดแห่งวาจาทั้งหลาย

  หมวดความอดทน
 ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโน : ความอดทน เป็นตปะ (ตบะ) ของผู้พากเพียร
 ขนฺติ สาหสวารณา : ความอดทน ห้ามไว้ได้ซึ่งความผลุนผลัน
 มนาโป โหติ ขนฺติโก : ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุคคลอื่น
 เกวลานํปิ ปาปานํ ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนฺติ ขนฺติโก : ความอดทน ย่อมตัดรากแห่งบาป
 ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภี ยสสฺสี สุขสีลวา ปิโย เทวมนุสฺสานํ มนาโป โหติ ขนฺติโก : ผู้มีความอดทน นับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ

 อตฺตโนปิ ปเรสญฺจ อตฺถาวโห ว ขนฺติโก สคฺคโมกฺขคมํ มคฺคํ อารุฬฺโห โหติ ขนฺติโก : ผู้มีขันติ ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ ทั้งแก่ตนทั้งแก่ผู้อื่น ผู้มีขันติ ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน

  หมวดความเพียร
 ขโณ โว มา อุปจฺจคา : อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์
 หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ : คนที่ผัดวันว่าพรุ่งนี้ ย่อมเสื่อม ยิ่งผัดว่ามะรืนนี้ ก็ยิ่งเสื่อม
คตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ : คนขยัน พึงไม่ให้ประโยชน์ที่มาถึงแล้วผ่านไปโดยเปล่า
 โภคา สนฺนิตยํ ยนฺติ วมฺมิโกวูปจียติ : ค่อย ๆ เก็บรวบรวมทรัพย์ ดังปลวกก่อจอมปลวก
 อตีตํ นานฺวาคเมยฺนย นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ : อย่ารำพึงถึงความหลัง อย่ามัวหวังถึงอนาคต
 อสเมกฺขิตกมฺมนฺตํ ตุริตาภินิปาตินํ ตานิ กมฺมานิ ตปฺเปนฺติ อุณฺหํ วชฺโฌหิตํ มุเข : ผู้ที่ทำการงานลวก ๆ โดยมิได้พิจารณาใคร่ครวญให้ดี เอาแต่รีบร้อนพรวดพราดจะให้เสร็จ การงานเหล่านั้น ก็จะก่อความเดือดร้อนให้

 หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร : มัวรำพึงถึงความหลัง ก็มีแต่จะหดหาย
 อปฺปเกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ อณุ อคคึว สนฺธมํ : ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแม้น้อย
อฏฺฐา ตา กมฺมเธยฺเยสุ อบฺปมตฺโต วิธานวา สมํ กปฺเปติ ชีวิตํ สมภตํ อนุรกฺขติ : ผู้ขยันในหน้าที่การงาน ไม่ประมาท เข้าใจเลี้ยงชีพพอสมควร จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้
 โย จ วสฺสสตํ ชีเว กุสีโต หีนวีริโย เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย วิริยํ อารภโต ทฬฺหํ : ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้ปรารภความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็ประเสริฐกว่า

  หมวดความโกรธ 

โกโธ สตฺถมลํ โลเก : ความโกรธเป็นดังสนิมในโลก
 ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ : ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นทำยากก็เหมือนทำง่าย
 อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ วฑฺฒเต โส อขนฺติโช : ความโกรธน้อยแล้วมาก มันเกิดจากความไม่อดทน
  ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ : ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน
อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ : ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมมีขึ้นเมื่อนั้น

  หมวดการชนะ

ชิเน กทริยํ ทาเนน : พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้
 อสาธํ สาธุนา ชิเน : พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี
 อกฺโกเธน ชิเน โกธํ : พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
 สจฺเจนาลิกวาทินํ : พึงชนะคนพูดปด ด้วยคำจริง

  หมวดประมาท
เย ปมตฺตา ยถา มตา : ผู้ประมาท เหมือนคนตายแล้ว
 เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ เย ปมชฺชนฺติ มาณวา : คนประมาท ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
 โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิมา : เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง
 ยญฺหิ กิจฺจํ ตทปวิทฺธํ อกิจฺจํ ปน กยีรติ อุนฺนฬานํ ปมตฺตานํ เตสํ วฑฺฒนฺติ อาสวา : คนทอดทิ้งกิจที่ควรทำ ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ เมื่อเขาถือตัวประมาท
  พหุมฺปิ เจ สํหิต ภาสมาโน น ตกฺกโร โหติ นโร ปมตฺโต โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ น ภาควา สามญฺญฺสฺส โหติ : หากกล่าวพุทธพจน์ได้มาก แต่เป็นคนประมาท ไม่ทำตามพุทธพจน์นั้น ก็ไม่มีส่วนแห่งสามัญญผล เหมือนคนเลี้ยงโค คอยนับโคให้ผู้อื่นฉะนั้น

หมวดไม่ประมาท
อปฺปมาทรตา โหถ : ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ยินดีในความไม่ประมาท
 อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐฺ รกฺขติ : ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้
 อุฏฺฐฺานวโต สติมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน สญฺญฺตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ : ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น
 อปฺปมาทรตา โหถ สจิตฺตมนุรกฺขถ ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร : ท่านทั้งหลายจงยินดีในความไม่ประมาท จงตามรักษาจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่มคือกิเลสที่ถอนได้ยาก เหมือนช้างที่ตกหล่ม ถอนตนขึ้น ฉะนั้น

 อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทน สญฺญเมน ทเมน จ ทีปํ กยิราถ เมธาวี ยํ โอโฆ นาภิกีรติ : ผู้มีปัญญา พึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ความไม่ประมาท ความสำรวมระวัง และความข่มใจ

 อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสฺ สุตฺเตสุ พหุชาคโร อพลสฺสํว สีฆสฺโส หิตฺวา ยาติ สุเมธโส : คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ ย่อมละทิ้งคนนั้น เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น

  หมวดการฝึกตน
อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย : ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี ลพฺภา
 ปิยา โอจิตฺเตน ปจฺฉา : ตระเตรียมตนให้ดีเสียก่อนแล้ว ต่อไปจะได้สิ่งอันเป็นที่รัก
 ยทตฺตครหิ ตทกุพฺพมาโน : ติตนเองเพราะเหตุใด ไม่ควรทำเหตุนั้น
 สทตฺถปสุโต สิยา : พึงขวนขวายในเป้าหมายของตน
 กลฺยาณํ วต โภ สกฺขิ อตฺตานํ อติมญฺญสิ : ท่านเอ๋ย ! ท่านก็สามารถทำดีได้ ไยจึงมาดูหมิ่นตัวเองเสีย สนาถา วิหรถ มา อนาถา : จงอยู่อย่างมีหลักยึดเหนี่ยวใจ อย่าเป็นคนไร้ที่พึ่ง ปเร สํ หิ โส วชฺชานิ โอปุนาติ ยถาภุสํ อตฺตโน ปน ฉาเทติ กลึว กิตวา สโฐ : โทษคนอื่นเที่ยวกระจาย เหมือนโปรยแกลบ แต่โทษตนปิดไว้ เหมือนพรานนกเจ้าเล่ห์แฝงตัวบังกิ่งไม้
อตฺตตฺถปัญฺญา อสุจี มนุสฺสา : มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด
 อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ : ถ้าพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็ควรทำตนฉันนั้น

  หมวดมิตร


 มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร : มารดาเป็นมิตรในเรือนตน
 พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร : มารดาบิดา ท่านเรียกว่าเป็นพรหม
 มิตฺตทุพฺโก หิ ปาปโก : ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้
 ภริยา ปรมา สขา : ภริยาเป็นเพื่อนสนิท
 นตฺถ พาเล สหายตา : ความเป็นสหายไม่มีในคนพาล
 สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ เอโก จเร น จ ปาปานิ กยิรา : ถ้าได้สหายผู้รอบคอบ พึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา ถ้าไม่ได้สหายผู้รอบคอบ พึงเที่ยวไปคนเดียว และไม่พึงทำความชั่ว


  หมวดการคบหา

 ยํ เว เสวติ ตาทิโส : คบคนเช่นใด ย่อมเป็นคนเช่นนั้น
 วิสฺสาสา ภยมนฺเวติ : เพราะความไว้ใจภัยจึงตามมา
 อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย : เพราะอยู่ด้วยกันนานเกินไป คนที่รักกันก็มักหน่าย
 ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิเตเนว สพฺพทา : อยู่ร่วมกับคนพาลนำทุกข์มาให้เสมอไป เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู ธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม : อยู่ร่วมกับปราชญ์นำสุขมาให้ เหมือนสมาคมกับญาติ
 สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ มิตฺตสฺมิมฺปิ น วิสฺสเส : ควรระแวงในศัตรู แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ
 ตครํ ว ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา : คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด การคบกับนักปราชญ์ก็ฉันนั้น
 ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา : คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด การคบคนพาลก็ฉันนั้น

  หมวดการสร้างตัว

อลาโภ ธมฺมิโก เสยฺโย ยญฺเจ ลาโภ อธมฺมิโก : ถึงไม่ได้ แต่ชอบธรรม ยังดีกว่าได้โดยไม่ชอบธรรม ปฏิรูปการี ธุรวา อุฏฺฐาตา วินฺทเต ธนิ : ขยัน เอาธุระ ทำเหมาะจังหวะ ย่อมหาทรัพย์ได้
 โภคา สนุนิจยํ ยนฺติ วมฺมิโกวูปจียติ : ทรัพย์สินย่อมพอกพูนขึ้นได้ เหมือนดังก่อจอมปลวก
 อนากุลา จ กมฺมนฺตา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ : การงานไม่คั่งค้างสับสน เป็นมงคลอย่างสูงสุด
 น หิ จินฺตามยา โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา : โภคะของใคร ไม่ว่าสตรีหรือบุรุษ ที่จะสำเร็จเพียงด้วยคิดเอา ย่อมไม่มี
 สกมฺมุนา โหติ ผลูปปตฺติ : ความอุบัติแห่งผล ย่อมมีได้ด้วยการกระทำของตน
 ยหึ ชีเว ตหึ คจฺเฉ น นิเกตหโต สิยา : ชีวิตจะอยู่ได้ที่ไหน พึงไปที่นั้น ไม่พึงให้ที่อยู่ฆ่าตนเสีย

หมวดการปกครอง


สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก : ถ้าผู้ปกครองทรงธรรม ประเทศชาติก็เป็นสุข
 สพฺพํ ปรวสํ ทุกฺขํ : การอยู่ในอำนาจของผู้อื่น เป็นทุกข์ทั้งสิ้น
 สงฺเกยฺย สงฺกิตพฺพานิ : พึงระแวง สิ่งที่ควรระแวง
 ปคฺคณฺเห ปคฺคหารหํ : พึงยกย่องคนที่ควรยกย่อง
 ปมาทา ชายเต ขโย : เมื่อมีความประมาท ก็เกิดความเสื่อม
 ขยา ปโทสา ชายนฺติ : เมื่อมีความเสื่อม ก็เกิดโทษประดัง
 สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ : สักการะฆ่าคนชั่วได้
 รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ : พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง

  หมวดสามัคคี

สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี : สามัคคีของหมู่ทำให้เกิดสุข
 สูกเรหิ สมคฺเคหิ พฺยคฺโฆ เอกายเน หโต : สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันยังฆ่าเสือโคร่งได้ เพราะใจรวมเป็นอันเดียว
 สาม คฺยเมว สิกฺเขถ พุทฺเธเหตํ ปสํสิตํ สามคฺยรโต ธมฺมฏฺโฐ โยคกฺเขมา น ธํสตํ : พึงศึกษาความสามัคคี, ความสามัคคีนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลาย
 เอโส หิ อุตฺตริตโร ภาราวโห ธุรนฺธโร โย ปเรสาธิปนฺนานํ สยํ สนฺธาตุมรหติ : ผู้ใดเมื่อคนอื่นล่วงเกินกันอยู่ ตนเองกลับหาทางเชื่อมเขาให้คืนดีกันได้ ผู้นั้นแล ชื่อว่าเป็นคนเอาภาระ เป็นผู้จัดธุระที่ดียอดเยี่ยม
 สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี สมคฺคานญฺจนุคฺคโห สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ โยคกฺเขมา น ธํสติ : ความพร้อมเพรียงของหมู่เป็นสุข และการสนับสนุนคนผู้พร้อมเพรียงกันเป็นสุข, ผู้ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรมย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ

  หมวดพบสุข 


น หึสนฺติ อกิญฺจนํ : ไม่มีอะไรเลย ไม่มีใครเบียดเบียน
 สุขิโน วตารหนฺโต : ท่านผู้ไกลกิเลส มีความสุขจริงหนอ
 สกิญฺจนํ ปสฺส วิหญฺญมานํ : คนมีห่วงกังวล ย่อมวุ่นวายอยู่
 ยาวเทวสฺสหู กิญฺจิ ตาวเทว อขาทิสํ : ตราบใดยังมีชิ้นเนื้อคาบไว้นิดหน่อย ตราบนั้นก็ยังถูกกลุ้มรุมยื้อแย่ง
 ลาโภ อลาโภ ยโส อยโส จ นินฺทา ปสํสา จ สุขํ จ ทุกฺขํ เอเต อนิจฺจา มนุเชสุ ธมฺมา มา โสจิ กึ โสจสิ โปฏฺฐปาท : ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และทุกข์ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาในหมู่มนุษย์ ไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน อย่าเศร้าโศกเลย ท่านจะโศกเศร้าไปทำไม
 นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ : ความสุข (อื่น) ยิ่งกว่าความสงบไม่มี

 หมวดทาน 
อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ : ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก
 ธีโร จ ทานํ อนุโมทมาโน : คนฉลาด พลอยยินดีการให้ทาน
 นิวตฺตยนฺติ โสกมฺหา : คนใจการุณ ช่วยแก้ไขคนให้หายโศกเศร้า
 เสฏฐนฺทโท เสฏฐมุเปติ ฐานํ : ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ
 ปุพฺเพ ทานาทิกํ ทตฺวา อิทานิ ลภตี สุขํ มูเลว สิญฺจิตํ โหติ อคฺเค จ ผลทายกํ : ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้ เหมือนรดน้ำที่โคนให้ผลที่ปลาย
 ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาคร เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ : ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ฉันใด ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปแล้วฉันนั้น
 โส จ สพฺพทโท โหติ โย ททาติ อุปสฺสยํ อมตนฺทโท จ โส โหติ ธมฺมมนุสาสติ : ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ
 อนฺนโท พลโท โหติ วตฺถโท โหติ วณฺณโท ยานโท สุขโท โหติ ทีปโท โหติ จกฺขุโท : ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้จักษุ มนาปทายี ลภเต มนาปํ อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ วรสฺส ทาตา วรลาภี จ โหติ เสฏฺฐนฺทโท เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ : ผู้ให้ของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ ผู้ให้ของเลิศ ย่อมได้ของเลิศ ผู้ให้ของดี ย่อมได้ของดี ผู้ให้ของประเสริฐ ย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ

  หมวดศีล

 สีลํ โลเก อนุตฺตรํ : ศีล เป็นเยี่ยมในโลก
 โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุสฺสีโล อสมาหิโต เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย สีลวนฺตสฺส ฌายิโน : ผู้ไม่มีศีล ไม่มั่นคง ถึงจะเป็นอยู่ตั้งร้อยปี, ส่วนผู้มีศีล เพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่า
 น เวทา สมฺปรายาย น ชาติ นปิ พนฺธวา สกญฺจ สีลสํสุทฺธํ สมฺปรายสุขาวหํ : เวทมนตร์ ชาติกำเนิด พวกพ้อง นำสุขมาให้ในสัมปรายภพไม่ได้ ส่วนศีลของตนที่บริสุทธิ์ดีแล้ว จึงนำสุขมาให้ในสัมปรายภพได้ อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย : ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
 สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ : ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
 สี ลํ เสตุ มเหสกฺโข สีลํ คนฺโธ อนุตฺตโร สีลํ วิเลปนํ เสฏฺฐํ เยน วาติ ทิโส ทิสํ : ศีลเป็นสะพานอันสำคัญ ศีลเป็นกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นอื่นยิ่งกว่า ศีลเป็นเครื่องลูบไล้อันประเสริฐสุด เพราะศีล (มีกลิ่น) ขจรไปทั่วทุกทิศ

  หมวดจิต

 จิตฺเตน นียติ โลโก : โลกถูกจิตนำไป
 จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ : จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้
 วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี : ผู้ประพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก
 เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข : พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรที่เต็มด้วยน้ำมัน
 ยโต ยโต จ ปาปกํ ตโต ตโต มโน นิวารเย : ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ
 อานาปานสฺสติ ยสฺส อปริปุณฺณา อภาวิตา กาโยปิ อิญฺชิโต โหติ จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ : สติกำหนดลมหายใจเข้า-ออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว
 เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ เอวํ นินฺทาปสํสาสุ น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา : ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น

 หมวดกรรม

สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ : ความดี อันคนชั่วทำยาก
 ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ : ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี ยา ทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ : บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว
 นิสมฺม กรณํ เสยฺโย : ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า
 รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุ ลวณํ โลณตํ ยถา : พึงรักษาความดีของตนไว้ ดังเกลือรักษาความเค็ม
 โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ ปจฺฉา กิจฺเจ สมุปฺปนฺเน กตฺตารํ นาธิคจฺฉติ : ผู้อื่นทำความดีให้ ทำประโยชน์ให้ก่อน แต่ไม่นึกถึง (บุญคุณ) เมื่อมีกิจเกิดขึ้นภายหลัง จะหาผู้ช่วยทำไม่ได้


หมวดความตาย

สพฺพํ เภทปริยนฺติ เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ : ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด
 น มิยฺยมานํ ธนมนฺเวติ กิญฺจิ : ทรัพย์สักนิดก็ติดตามคนตายไปไม่ได้
 อฑฺฒา เจว ทฬิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุ ปรายนา : ทั้งคนมีคนจน ล้วนมีแต่ความตายเป็นเบื้องหน้า
 ยถา วาริวโห ปูโร วเห รุกฺเข ปกูลเช เอวํ ชราย มรเณน วุยฺ หนฺเต สพฺพปาณิโน : ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น
 อจฺเจนติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ : กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำความสุขมาให้

  หมวดบุญ

 ปญฺญํ สุขํ ชีวิตสงฺขยมฺหิ : บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต
 ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ : บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
 มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ อาปูรติ ธีโร บุญฺญสฺส โถกํ โถกํปิ อาจินํ : ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่ามีประมาณน้อยจักไม่มีมาถึง แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาฉันใด ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญแม้ทีละน้อย ๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญฉันนั้น
 สหาโย อตฺถชาตสฺส โหติ มิตฺตํ ปุนปฺปุนํ สยํ กตานิ ปุญฺญานิ ตํ มิตฺตํ สมฺปรายิกํ : สหายเป็นมิตรของคนผู้มีความต้องการเกิดขึ้นบ่อย ๆ บุญทั้งหลายที่ตนทำเองนั้น จะเป็นมิตรในสัมปรายภพ

 หมวดกิเลส
 สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม : ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน
 น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา : กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในหมู่มนุษย์
 กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี อุนฺนฬา จาสมาหิตา น เต ธมฺเม วิรูหนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต : ผู้คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงามในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว นิทฺทํ น พหุลีกเรยฺย ชาคริยํ ภเชยฺย อาดาปี ตนฺทึ มายํ หสฺสํ ขิฑฺฑํ เมถุนํ วิปฺปชเห สวิภูสํ : ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา ความร่าเริง การเล่น และเมถุนพร้อมทั้งเครื่องประดับเสีย
 อิ จฺฉาย พชฺฌตี โลโก อิจฺฉาวินยายุ มุจฺจต อิจฺฉาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ : โลกถูกความอยากผูกพันไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้ อุเปกฺขโก สทา สโต น โลเก มญฺญตี สมํ น วิเสสี น นีเจยฺโย ตสฺส โน สนฺติ อุสฺสทา : ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขา ดีกว่าเขา หรือต่ำกว่าเขาในโลก ผู้นั้นชื่อว่าไม่มีกิเลสเฟื่องฟูขึ้น
 ปุราณํ นาภินนฺเทยฺย นเว ขนฺติมกุพฺพเย หิยฺยมาเน น โสเจยฺย อากาสํ น สิโต สิยา : ไม่พึงเพลิดเพลินของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่ เมื่อสิ่งนั้นเสื่อมไป ก็ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา
 มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติ มูฬฺโห ธมฺมํ ปสฺสต อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โมโห สหเต นรํ : ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น
 ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ ปเรสํ วาปิ กญฺจนํ มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ : ผู้ใดไม่กังวลว่า นี่ของเรา นี่ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้
 หมวดบาป 
มลา เว ปาปกา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ : บาปธรรมเป็นมลทินแท้ ทั้งโลกนี้และโลกหน้า
 อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ โส โสจติ โส วิหญฺญติ ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน : ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศกในโลกทั้งสอง เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือดร้อน
 ปาณิ มฺหิ เจ วโณ นาสฺส หเรยฺย ปาณินา วิสํ นาพฺพณํ วิสมนฺเวติ นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต : ถ้าฝ่ามือไม่มีแผล ก็พึงนำยาพิษไปด้วยฝ่ามือได้ ยาพิษซึมเข้าฝ่ามือไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำฉันนั้น วาณิโชว ภยํ มคฺคํ อปฺปสตฺโถ มหทฺธโน วิสํ ชีวิตุกาโมว ปาปานิ ปริวชฺชเย : ควรงดเว้นบาปเสีย เหมือนพ่อค้ามีพวกน้อยมีทรัพย์มาก เว้นหนทางที่มีภัย และเหมือนผู้รักชีวิตเว้นยาพิษเสียฉะนั้น

 หมวดทุกข์
สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา : สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
 ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา : เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้
 ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก : ความจน เป็นทุกข์ในโลก
 อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก : การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก
 ทุกฺขํ อนาโถ วิหรติ : คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์
 ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต : ผู้แพ้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
 อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา : ทุกข์ ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล
 ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ : การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์

   คราวนี้ เพื่อน ๆ ก็ได้รู้จักพุทธศาสนสุภาษิตที่น่าสนใจกันหลายหมวดแล้ว ยังไงเพื่อน ๆ ก็ลองนำพุทธศาสนสุภาษิตเหล่านี้ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเพื่อน ๆ กันดูครับ

สวัสดี

ผุ้คนสมัยนี้ชอบทำบุญ แต่กลับไร้น้ำใจ

   เรื่องนี้เขียนได้ดีมาก

คนเรามีจุดประสงในการทำบุญ แตกต่างกันออกไป บางคนชอบทำบุญเพื่อหวังให้ชีวิตตนเองดีขึ้นมา
แล้วคุณคิดว่าจุดประสงค์ของการทำบุญจริงๆคืออะไรเรื่องนี้เป็นข้อธรรมของ พระไพศาล วิสาโล กระผมได้รวบรวมมาไว้ให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณากันดูครับ
        ต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนนะครับ ว่าการทำบุญ จุดประสงค์หลักๆคืออะไร  หากไม่เข้าใจให้ถูกต้องแล้วละก็ จะมามัวแต่ สร้างวัด สร้างหอระฆัง กันอยู่เพื่อ ปราถนาภพหน้าจะได้เป็นเทวดาบ้าง หากเกิดเป็นมนุษย์บ้าง ก็อยากจะเป็นคนร่ำรวย แบบนี้ท่านเรียกว่าการทำบุญ เพื่อหวังผล 
       ซึ่งในปัจจุบัน คนประเภทนี้มีจำนวนมาก คือมุ่งแต่ทำบุญกับวัด แต่ไม่มีน้ำใจให้กับเพื่อนมนุษย์ ไม่มีน้ำใจกับสัตว์ ไม่มีเมตตาจิตอย่างแท้จริง จึงเกิดเหตูการณ์ ชอบทำบุญ แต่ไรซึ่งน้ำใจเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
       ถ้าหาก มีเมตตาจิตที่แท้จริงแล้วนั้นต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือ ทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นพระ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้กระทั่งสัตว์ เพราะแท้จริงแล้วการทำบุญ คือการทำให้จิตใจเรา พร้อมที่จะให้ทานอยูเสมอ ตลอดเวลา รู้จักให้รูจักแบ่งปัน ฝึกการเป็นผู้ให้แบบนี้ถึงเรียกได้ว่าบุญ
       คุณนายแก้ว เธอเป็นเจ้าของ รร เเห่งหนึ่งเธอชอบทำบุณเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่ากฐินอยู่บ่อยครั้ง
เวลาใครบอกบุญสร้างโบสถ์ เธอไม่เคยปฎิเสธเลยเธอภูมิใจมาก ที่เธอได้ถวานเงินนับแสนบาท สร้างหอระฆังวัดข้างๆโรงเรียน
    อยู่มาวันหนึ่งเธอทราบว่ามีเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน และค้างค่าเทอมมา2เทอมแล้ว เธอจึงไม่ลังเล ไล่เด็กนักเรียนคนนั้นออกทันที
     สายใจพาป้าวัย 70 ปีไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าอาวาสเป็นที่ศรัทธาของผู้คนมากมีคนมาทำบุญ เนื่องแน่น จนลานจอดรถเต็มหมด
    เมื่อได้เวลาพระฉันภัตตาหาร ผู้คนก็กลับออกมา สายใจ ก็พาหญิงชราเดินออกมาเพื่อรอรถประจำทาง  ระหว่างทาง 3 กิโลเมตรนั้นไม่มีใครจอดรถรับสายใจและป้าของเธอแม้แต่คันเดียว เหตุการณ์ในลักษณะนี้ มิใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไร ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งชอบทำบุญแต่ไร้น้ำใจ พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมปัจจุบัน
ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า เรานับถือศาสนากันอย่างไร เหตุใดจึงมีเหตุการณ์การเหล่านี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง    หากสังเกตูดีๆจะพบว่าการทำบุญของคนสมัยนี้นั้น จะทำกับสิ่งซึ่งอยู่สูงกว่าตน เพราะว่าเราเชื่อกันว่าสิ่งสูงส่งเหล่านั้นจะบรรดาน ความสุข


โชคลาภ ให้กับเรา แต่สิ่งซึ่งอยู่ตำ่กว่าเรา สามเณร ชี พรามห์ สัตว์ ที่ลำบาก เรากลับละเลย
      ดั้งนั้นยิ่งทำบุญแบบนี้ก็ยิ่งเห็นแก่ตัว มากขึ้นเพราะทำบุญด้วย จิตใจที่ไม่เป็นบุญ หวังแต่จะได้คืนมามากกว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทำบุญแบบนี้จะได้บุญน้อยลง
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ทานที่มีอานิสงค์ไม่มาก คือทานที่ให้ด้วยใจที่มีเยื่อใย หวังสั่งสมบุญ หรือหวังเสวยสุขในภพหน้า ถ้าผู้ที่ทำบุญยังมีจิตใจแบบนี้อยู่ อานิสงค์ก็จะได้ไม่มากเท่าที่ควร
การทำบุญโดยไม่หวังผลของบุญจึงเป็นการ ทำบุญที่ถูกต้อง 
ที่มา พระไพสาร วิสาโล
อตฺตตฺถปัญฺญา อสุจี มนุสฺสา     :     มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2563

เพื่อน

เพือน

เพือนคือคนแปลกหน้าคนแรกที่ทำให้เรารู้จักความรัก
เพือนคือคนแรกที่ทำให้เรารู้จักผู้อื่น นอกจากคนในครอบครัว


แล้วที่เรารักกันมาแต่เกิด
เพือน โผล่หัวมาตอนไหนก็ไม่รุ้ จู่ๆก็มารักมันได้ 
       ฉันมองว่าความรักของเพื่อนเป็นความรักที่น่ายกย่อง
ไม่หึง ไม่หวง ไม่ต้องการอะไรตอบแทนเรารักกันแบบสบายๆ
ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง มีทุกข์ อะไรก็ปรึกษากันได้ตลอด

แต่ในขณะเดียวกันนั้น

ต่างคนก็ต่างมีโลกของแต่ละคนไป เธอมีครอบครัว
เรามีครอบครัว 
ต่างก็ยินดีในความสุขของกันและกัน หากไม่ได้
มาเจอกันก็ยังคงเป็นห่วง
กันและกันอยู่เสมอ  และเชื่อได้เลยว่า เราจะ
ไม่มีวันทิ้งกัน

แม้ว่าเธอจะมีเพือนใหม่ เราก็จะคงไม่เลิกคบกัน

 ต่างคนต่างมีเพื่อนใหม่ๆ ก็ยังคงเป็นเพือนกันได้เหมือนเดิม



เป็นความรักแบบที่ไม่มีเงื่อนไข และเราก็คงจะมีเพือนเพิ่ม
ขึ้นมาอิก   บางคนบอกว่าคุยกับเพือนได้ทุกเรื่อง แต่คุยกับ
แฟน คุยกับพ่อแม่ได้บางเรื่อง นี่แหละมันเป็นความรักที่แปลก 
แต่จริง มันมีความเข้าใจ ไว้ใจ เชื่อใจ ซึ่งกันและกัน  


คบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น....

ข้อดีของการมีลูกคนเดียว

 ข้อดี ข้อเสียของการมีลูกคนเดียว

       หลายๆท่านคงกำลัง คิดอยู่ใช่มั้ยครับว่า จะมีลูกคนเดียวหรือหลายๆคนดี
ในที่นี้เราจะรวบรวมข้อดีและข้อเสียของการมีลูก คยเดียวและหลายคนมา
ให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาครับเอาเป็นว่าเราไปดูกันเลยครับ


ข้อดี


  1. เลี้ยงลูกได้เต็มที่ และไม่ต้องกังวลกับการที่ว่าลูกจะอิจฉากัน ตัอคำว่ารักลูกไม่เท่ากันออกไปได้เลย ทั้งยังมีเวลาให้กับลูกมากขึ้นอีกด้วย
  1. ค่าใช้จ่ายน้อย  เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าการที่มีลูกหลายคนนั้น จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม มากขึ้นอย่างแน่นอนดั้งนั้นหากใครไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย การมีลูกเพียงคนเดียวนั้นจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพา้้ะในวัยเรียนแล้วละก็ ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นตามวัยเรียนของลูก
  1. ไปไหนมาไหนคล่อง ต้องยอมรับก่อนเลยว่าการไปไหนมาไหนกับลูกคนเดียวนั้นไม่ต้องกังวลมากนัก ไม่ว่าลูกของเรานั้นจะซนขนาดไหนก็ตาม เราคงจะดูแลได้อย่างไม่ยากนัก หากมีหลายคนแล้วละก็  ฮึมมมนะ!!!!! เป็นเรื่องที่ปวดหัวอย่างแน่นอน
        เอาละครับก้อจบกันไปกับข้อดีของการมีลูกคนเดียวแล้ว
ต่อไปเรามาดูข้อเสียกันบ้างว่ามีอะไรบ้าง

ข้อเสีย
  1. ลูกมักเอาแต่ใจ จากการที่มีลูกเพียงคนเดียวนั้นทำให้พ่อแม่เผลอตามใจลูกโดยที่ไม่รู้ตัว ประกอบกับไม่ต้องมีใครมาแบ่งปันสิ่งของกันมาก่อน จึงอาจเดกิดปัญหาเมื่อลูกเข้าสู่วัยเรียนหรือสังคมภายนอก
  1. ลูกมักจะรู้สึกโดดเดียว  แม้ว่าลูกของเรานั้นจะมีเพื่อนมากมาย แต่การที่มีคนที่คอยปรึกษาได้ทุกเรื่องนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การมีพี่น้องที่คอยให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในวัยรุ่น  ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต


      การมีคนลูกคนเดียวหรือหลายคนนนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าท่านผู้อ่านจะมีลูกคนเดียวอยู่แล้วหรือ กำลังจะต้ดสินใจมีลูกอีกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลี้ยงดูลูกของเรานัน  คือการเอาใจใส่ การเป็นแบบอย่างที่ดี หากท่านเป็นแบบอย่างที่ดีต่อลูกแล้วละก็ ลูกของท่านไม่ว่าจะเจอ สังคมแบบใด เพื่อนหลากหลายรูปแบบเขาจะนึกอยู่เสมอว่าเขามี พ่อแม่ซึ่งเป็นฮีโร่ของเขาอยู่  อย่างไรก็ตามท่านเป็นแบบไหน ลูกของท่านก็คงไม่ต่างจากท่านมาก

  

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น



ขอบคุณ  ทีมคนท้อง

3 คาถาบูชานางกวัก

     เมื่อเปิดร้าน หรือทำการค้าขาย นอกเหนือจากเรื่องการหาทำเล จัดตกแต่งร้านให้ดูน่าสนใจแล้ว การพึ่งพา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม...